## **Future Man (2017) รีวิว: ตลกสุดฮาที่ไม่อาจรักษาความบ้าคลั่งของตัวเองไว้ได้ - 8/10** *Future Man* บุกเบิกด้วยซีซันแรกที่ได้คะแนนเต็ม 10/10 มันคือการตีความแนวไซไฟยุค 80s ที่ชาญฉลาดอย่างน่าตกใจ ตลกไม่หยุดหย่อน และโง่เง่าอย่างสวยงาม เนื้อเรื่อง—จอช ฟัตเทอร์แมน (จอช ฮัทเชอร์สัน) ภารโรงและนักเล่นเกม ถูกเกณฑ์โดยทหารไซเบอร์เนติกส์จากอนาคตเพื่อกอบกู้โลกโดยอาศัยทักษะในวิดีโอเกมของเขา—นับเป็นผลงานชั้นยอดของตลกแนวไฮคอนเซ็ปต์ เคมีระหว่างจอช ไทเกอร์ (เอลิซา คูเป้) ผู้มีอารมณ์รุนแรงสุดขีด และวูล์ฟ (เดเร็ค วิลสัน) ผู้ไร้ฝีมือทางสังคมนั้นทรงพลัง ผลักดันให้พวกเขาเดินทางผ่านช่วงเวลาอันวุ่นวายที่ให้ความรู้สึกทั้งสดใหม่และเพี้ยนอย่างน่าขบขัน ### ทำไมซีซัน 1 ถึงเป็นผลงานชิ้นเอก ซีซันแรกประสบความสำเร็จเพราะสร้างสมดุลระหว่างความไร้สาระกับหัวใจที่หนักแน่นอย่างน่าประหลาดใจและโครงสร้างที่เน้นภารกิจเป็นหลัก ทุกตอนเป็นการผจญภัยที่จบในตัวเอง ขับเคลื่อนเรื่องราวในตอนต่อๆ ไป อัดแน่นไปด้วยมุกตลกที่เฉียบคมจากภาพยนตร์อย่าง *The Terminator*, *Back to the Future* และ *The Last Starfighter* มุกตลกเหล่านี้ถ่ายทอดออกมาได้อย่างแม่นยำราวกับปืนกล และพัฒนาการของตัวละคร โดยเฉพาะการตื่นรู้ทางอารมณ์ของวูล์ฟ ก็ซาบซึ้งใจอย่างแท้จริงท่ามกลางความวุ่นวาย ### แรงดึงดูดที่ลดลง: ซีซัน 2 และ 3 นี่คือจุดที่คะแนนรวมลดลงเหลือ **8/10** จุดแข็งเบื้องต้นของซีรีส์ – เนื้อเรื่อง – กลายเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หลังจากคลี่คลายพล็อตเรื่อง ช่วยโลก ในซีซัน 1 ซีซันต่อๆ มารู้สึกเหมือนว่านักเขียนกำลังคลี่คลายมันไปพร้อมๆ กัน * **ซีซัน 2** พาทั้งสามคนติดอยู่ในบรรยากาศหลังหายนะโลกาวินาศแบบไซเคเดลิกปี 1969 แม้ว่าจะมีบางช่วงบางตอน (ได้แรงบันดาลใจจากการเสียดสีใน *The Leftovers*) แต่ฉากกลับซ้ำซากจำเจ และเนื้อเรื่องก็สูญเสียจุดสนใจหลักที่ชัดเจนของซีซันแรกไป อารมณ์ขันเริ่มหันไปพึ่งมุกตลกสุดสยองและมุกตลกซ้ำซากที่ยืดเยื้อมากขึ้น * **ซีซัน 3** พยายามแก้ไขด้วยการสมคบคิดข้ามเวลาของบริษัท แต่กลับรู้สึกว่ามันเร่งรีบและซับซ้อนเกินไป ประกายของพลวัตดั้งเดิมเริ่มริบหรี่ลง เนื่องจากตัวละครมักจะถูกแยกออกจากกัน และตอนจบของซีรีส์แม้จะดูทะเยอทะยาน แต่ก็พยายามยัดเยียดการคลี่คลายเชิงปรัชญามากเกินไปในเวลาที่สั้นเกินไป จนไม่สามารถย้อนรำลึกถึงมนต์เสน่ห์แห่งจุดสูงสุดได้ ### คำตัดสิน **8/10 - ซีซันแรกที่ต้องดูแต่ผลตอบแทนลดน้อยลง** *Future Man* เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงไอเดียสุดบรรเจิดที่ร้อนแรงเกินกว่าจะยืนหยัดได้ ซีซันแรกเป็นซีซันตลกที่ยอดเยี่ยมตลอดกาลที่โดดเด่นเป็นเอกเทศ แม้ว่าซีซัน 2 และ 3 จะดึงคะแนนรวมลงมาด้วยพล็อตเรื่องที่วกวนและมุกตลกที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังมีเคมีที่ยอดเยี่ยมของนักแสดงและช่วงเวลา WTF อันเป็นเอกลักษณ์ของรายการมากพอที่จะทำให้แฟนๆ ประทับใจ มันเหมือนรถไฟเหาะตีลังกา: ช่วงแรกที่น่าตื่นเต้นและสมบูรณ์แบบ ตามมาด้วยช่วงวนซ้ำสองสามช่วงที่ยังสนุกอยู่แต่ยังไม่เท่ากับอะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่านในช่วงแรก รอดูซีซัน 1 ที่ยอดเยี่ยม แล้วมองส่วนที่เหลือเป็นรอบชัยชนะที่บางครั้งก็ยอดเยี่ยม บางครั้งก็ยุ่งเหยิง