Future Man - เกมล่าโลกอนาคต (Season 2)
ภารโรงในตอนกลางวันและเป็นเกมเมอร์ในตอนกลางคืนเขาได้ถูกคัดเลือกให้กอบกู้เพื่อป้องกันการสูญพันธุ์ของมนุษยชาติจากผู้มาเยือนลึกลับที่เดินทางข้ามเวลามาจากอนาคต
Ripping space and time a new one.
Season two picks up in 2162, and Josh, Wolf, and Tiger learn that their season one mission to stop the cure from getting out didn’t work. In this timeline, Stu Camillo is now in power, having created the cure, and launched a plan to relocate humanity to Mars. A shadowy organization called the Pointed Circle seeks to recruit Josh to take Stu down – but are they the good guys, or is Stu? As Wolf quickly acclimates to the strange customs of this time, Tiger struggles with her new discovery and searches for an escape.
รายละเอียด
แสดงต้นฉบับ (EN)
## **Future Man (2017) รีวิว: ตลกสุดฮาที่ไม่อาจรักษาความบ้าคลั่งของตัวเองไว้ได้ - 8/10** *Future Man* บุกเบิกด้วยซีซันแรกที่ได้คะแนนเต็ม 10/10 มันคือการตีความแนวไซไฟยุค 80s ที่ชาญฉลาดอย่างน่าตกใจ ตลกไม่หยุดหย่อน และโง่เง่าอย่างสวยงาม เนื้อเรื่อง—จอช ฟัตเทอร์แมน (จอช ฮัทเชอร์สัน) ภารโรงและนักเล่นเกม ถูกเกณฑ์โดยทหารไซเบอร์เนติกส์จากอนาคตเพื่อกอบกู้โลกโดยอาศัยทักษะในวิดีโอเกมของเขา—นับเป็นผลงานชั้นยอดของตลกแนวไฮคอนเซ็ปต์ เคมีระหว่างจอช ไทเกอร์ (เอลิซา คูเป้) ผู้มีอารมณ์รุนแรงสุดขีด และวูล์ฟ (เดเร็ค วิลสัน) ผู้ไร้ฝีมือทางสังคมนั้นทรงพลัง ผลักดันให้พวกเขาเดินทางผ่านช่วงเวลาอันวุ่นวายที่ให้ความรู้สึกทั้งสดใหม่และเพี้ยนอย่างน่าขบขัน ### ทำไมซีซัน 1 ถึงเป็นผลงานชิ้นเอก ซีซันแรกประสบความสำเร็จเพราะสร้างสมดุลระหว่างความไร้สาระกับหัวใจที่หนักแน่นอย่างน่าประหลาดใจและโครงสร้างที่เน้นภารกิจเป็นหลัก ทุกตอนเป็นการผจญภัยที่จบในตัวเอง ขับเคลื่อนเรื่องราวในตอนต่อๆ ไป อัดแน่นไปด้วยมุกตลกที่เฉียบคมจากภาพยนตร์อย่าง *The Terminator*, *Back to the Future* และ *The Last Starfighter* มุกตลกเหล่านี้ถ่ายทอดออกมาได้อย่างแม่นยำราวกับปืนกล และพัฒนาการของตัวละคร โดยเฉพาะการตื่นรู้ทางอารมณ์ของวูล์ฟ ก็ซาบซึ้งใจอย่างแท้จริงท่ามกลางความวุ่นวาย ### แรงดึงดูดที่ลดลง: ซีซัน 2 และ 3 นี่คือจุดที่คะแนนรวมลดลงเหลือ **8/10** จุดแข็งเบื้องต้นของซีรีส์ – เนื้อเรื่อง – กลายเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หลังจากคลี่คลายพล็อตเรื่อง ช่วยโลก ในซีซัน 1 ซีซันต่อๆ มารู้สึกเหมือนว่านักเขียนกำลังคลี่คลายมันไปพร้อมๆ กัน * **ซีซัน 2** พาทั้งสามคนติดอยู่ในบรรยากาศหลังหายนะโลกาวินาศแบบไซเคเดลิกปี 1969 แม้ว่าจะมีบางช่วงบางตอน (ได้แรงบันดาลใจจากการเสียดสีใน *The Leftovers*) แต่ฉากกลับซ้ำซากจำเจ และเนื้อเรื่องก็สูญเสียจุดสนใจหลักที่ชัดเจนของซีซันแรกไป อารมณ์ขันเริ่มหันไปพึ่งมุกตลกสุดสยองและมุกตลกซ้ำซากที่ยืดเยื้อมากขึ้น * **ซีซัน 3** พยายามแก้ไขด้วยการสมคบคิดข้ามเวลาของบริษัท แต่กลับรู้สึกว่ามันเร่งรีบและซับซ้อนเกินไป ประกายของพลวัตดั้งเดิมเริ่มริบหรี่ลง เนื่องจากตัวละครมักจะถูกแยกออกจากกัน และตอนจบของซีรีส์แม้จะดูทะเยอทะยาน แต่ก็พยายามยัดเยียดการคลี่คลายเชิงปรัชญามากเกินไปในเวลาที่สั้นเกินไป จนไม่สามารถย้อนรำลึกถึงมนต์เสน่ห์แห่งจุดสูงสุดได้ ### คำตัดสิน **8/10 - ซีซันแรกที่ต้องดูแต่ผลตอบแทนลดน้อยลง** *Future Man* เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงไอเดียสุดบรรเจิดที่ร้อนแรงเกินกว่าจะยืนหยัดได้ ซีซันแรกเป็นซีซันตลกที่ยอดเยี่ยมตลอดกาลที่โดดเด่นเป็นเอกเทศ แม้ว่าซีซัน 2 และ 3 จะดึงคะแนนรวมลงมาด้วยพล็อตเรื่องที่วกวนและมุกตลกที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังมีเคมีที่ยอดเยี่ยมของนักแสดงและช่วงเวลา WTF อันเป็นเอกลักษณ์ของรายการมากพอที่จะทำให้แฟนๆ ประทับใจ มันเหมือนรถไฟเหาะตีลังกา: ช่วงแรกที่น่าตื่นเต้นและสมบูรณ์แบบ ตามมาด้วยช่วงวนซ้ำสองสามช่วงที่ยังสนุกอยู่แต่ยังไม่เท่ากับอะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่านในช่วงแรก รอดูซีซัน 1 ที่ยอดเยี่ยม แล้วมองส่วนที่เหลือเป็นรอบชัยชนะที่บางครั้งก็ยอดเยี่ยม บางครั้งก็ยุ่งเหยิง
VIDEO
The Art of Homage • Future Man on Hulu
VIDEO
The Stunts of Future Man • Future Man on Hulu
VIDEO
Future Man: The Look of Future Man (Behind the Scenes) • A Hulu Original
VIDEO
Future Man Exclusive Scene (Official) • Future Man, Only on Hulu