หลังจาก 12 ปี **ดอม เฮมิงเวย์** (จู๊ด ลอว์) ได้รับคำเรียกในที่สุด ถึงเวลาที่เขาต้องออกจากคุกและทวงคืนสิ่งที่ควรได้ 12 ปีในคุกได้หล่อเลี้ยงความเกลียดชังของชายคนนี้อย่างแท้จริง และมีหลายสิ่งที่ต้องจัดการ เช่น ชายที่ลักพาตัวภรรยา ชายที่ทำให้เขาติดคุกและเป็นหนี้เขา และสุดท้าย ลูกสาวที่ไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับเขาอีกต่อไป มีหลายสิ่งที่ไม่ชอบเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ฉันไม่ชอบ ดอมเป็นคนขี้แพ้ แต่เขาไม่รู้ตัว ดอมมีความมั่นใจในตัวเองมากเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งต้องการ แต่ชีวิตของเขากลับพังทลายลงรอบตัวเขา ดอม เฮมิงเวย์ไม่ใช่ภาพยนตร์ที่แปลกใหม่ แต่ไม่เป็นไร ภาพยนตร์ทุกเรื่องไม่จำเป็นต้องแปลกใหม่เพื่อให้คุ้มค่าแก่การรับชม หนังเรื่องนี้ก็เหมือนกับดอม มีความนับถือตัวเอง ความเย่อหยิ่ง และความโอหังอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะพอดี เชื่อว่าตัวเองเหนือกว่าความเป็นจริง และนั่นสร้างความแตกต่างอย่างมาก จู๊ด ลอว์แสดงได้อย่างยอดเยี่ยมในบทดอม โดยเฉพาะฉากที่เขาพูดพล่าม (เช่นฉากเปิดเรื่อง) และฉากที่เขาพยายามเอาลูกสาวกลับคืนมา ซึ่งเป็นฉากที่มิสเตอร์ลอว์หารายได้ ผมไม่รังเกียจที่เขาออกจะเว่อร์ไปหน่อย ซึ่งในความเห็นของผม นี่คือจุดแข็งของหนังเรื่องนี้ ดอม เฮมิงเวย์เป็นหนังที่สืบทอดแนวคิดเดียวกับ Lock, Stock and Two Smoking Barrels และ RockNRolla เพียงแต่... ดีกว่านั้น ถ้าคุณถามผม หนังต้องการบอกเล่าเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่ง ผู้ชายที่เราทุกคนรู้จัก ผู้ชายที่เราทุกคนสามารถเชื่อมโยงได้ หนังไม่ได้สร้างมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่สร้างมาเพื่อโน้มน้าวให้เราเชื่อว่าหนังเรื่องนี้มีทั้งหัวใจและจิตวิญญาณ _คำพูดสุดท้าย... อย่าคาดหวังว่าหนังเรื่องนี้จะเปลี่ยนชีวิตคุณ แต่จงดูมันต่อไปเถอะ และใช้เวลาสักครู่เพื่อไตร่ตรองถึงสิ่งที่ควรค่าแก่การเปลี่ยนแปลงในชีวิตของคุณ มันอาจจะไม่ได้ให้คำตอบแก่คุณ แต่มันอาจเป็นแค่แรงกระตุ้นที่ส่งคุณไปในทิศทางที่ถูกต้อง_