ไมค์ (ฮิวจ์ แจ็กแมน หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ฮิวจ์”) หาเลี้ยงชีพด้วยการแสดงเลียนแบบศิลปินดังในมิลวอกี และที่นั่นเองที่เขาได้พบกับแคลร์ (เคท ฮัดสัน) เธอพยายามเลี้ยงดูครอบครัว ส่วนเขาเป็นคนที่กำลังฟื้นตัวจากอาการติดเหล้า และพูดได้เลยว่าทั้งคู่ไม่ได้มีชีวิตที่เติมเต็ม จนกระทั่งเขาคิดไอเดียที่จะรวมทีมเล่นเพลงของนีล ไดมอนด์ ด้วยผลงานเพลงมากมาย รวมถึง “สวีท แคโรไลน์” พวกเขาจะล้มเหลวได้อย่างไร งานแสดงครั้งแรกของพวกเขาในนาม “ไลท์นิ่ง แอนด์ ธันเดอร์” กลับเป็นการแสดงต่อหน้ากลุ่มนักบิดมอเตอร์ไซค์ที่แต่งตัวด้วยชุดหนัง ดังนั้นเพลง “ซูไลมอน” (ฉันก็ไม่รู้จักเหมือนกัน) จึงไม่ใช่การเริ่มต้นการแสดงที่ดีนัก แต่กลับกลายเป็นเรื่องทะเลาะวิวาทเสียมากกว่า อย่างไรก็ตาม พวกเขากลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ปัดฝุ่นใหม่ และตั้งเป้าหมายไปที่ผู้ชมที่ไม่เป็นมิตรมากนัก พวกเขาเริ่มประสบความสำเร็จและได้ขึ้นแสดงเปิดคอนเสิร์ตให้กับ “เพิร์ล แจม” แต่แล้วขณะที่เธอกำลังขุดสวนอยู่นั้น คนขับรถประมาทก็ชนเธอจนต้องเข้าโรงพยาบาล ทำให้ความมั่นใจของเธอพังทลายลง ตอนนี้ไมค์ที่กำลังป่วยอยู่ก็ต้องทำงานหนักเพื่อดูแลพวกเขาทั้งสี่คน ส่วนฮัดสันก็ต้องกลายเป็นคนติดยาแก้ปวดนอนอยู่บนโซฟา คำถามก็คือ พวกเขาจะกลับมาตั้งหลักใหม่ได้ไหม หรือทุกอย่างจะพังทลายลง แจ็กแมนแสดงได้ดี แต่ฮัดสันต่างหากที่โดดเด่นที่สุดด้วยการแสดงที่มีเสน่ห์ ทั้งบนเวทีและตอนที่เธอกำลังพักฟื้น ทั้งคู่ร้องเพลงเอง และแจ็กแมนก็ไม่ได้พยายามเลียนแบบไดมอนด์อย่างชาญฉลาด ขณะที่เขาร้องเพลงฮิตของตัวเอง ฮัดสันก็บรรเลงเปียโนและร้องเพลงคลอเบาๆ รวมถึงร้องเพลงคันทรี่บางเพลงด้วย นี่ไม่ใช่ชีวประวัติของนีล ไดมอนด์ในทุกแง่มุม แต่เป็นเรื่องราวของคนสองคนที่มากความสามารถที่ตกหลุมรักกัน เผชิญอุปสรรคบ้าง แต่ก็พยายามที่จะก้าวต่อไป พวกเขาสนุกสนานและสร้างความบันเทิงให้กับเราไปพร้อมๆ กัน คุณรู้ไหมว่าเพลง “Cracklin’ Rosie” จริงๆ แล้วเกี่ยวกับไวน์