The Mummy: Tomb of the Dragon Emperor เป็นหนังที่อ่อนแอที่สุดในไตรภาคนี้ ถึงแม้ว่าชื่อเรื่องอาจจะดีที่สุดในสามภาคก็ตาม ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้มีข้อดีมากพอที่คุ้มค่าแก่การดู ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องจะดูจืดชืดไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้น่าติดตามเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม ผมชื่นชมความสดใหม่ของหนังเรื่องนี้ หนังไม่ได้ให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับภาคก่อนๆ มากนัก ซึ่งผมคิดว่าคงเป็นข้อเสียสำหรับบางคน (หลายคน ) แต่สำหรับผม การเปลี่ยนเนื้อเรื่องจากอียิปต์เป็นจีน (รวมถึงเมือง/ภูเขา) ทำให้มันน่าสนใจกว่าการนำมาทำใหม่เล็กน้อย เทคนิคพิเศษก็พอใช้ได้ อาจจะดีกว่าสองภาคแรกด้วยซ้ำ ผมก็หวังว่าจะดีกว่านี้ด้วย เพราะเวลาฉายต่างกัน ถึงอย่างนั้น ผมก็ไม่ได้ชอบเยติเท่าไหร่ เพราะมันไม่ค่อยเข้ากับภาพเท่าไหร่ รวมถึงวิธีที่มันเข้ากับเนื้อเรื่องด้วย เบรนแดน เฟรเซอร์ กลับมา ซึ่งถือว่าดีทีเดียว เจ็ท ลี (ถึงแม้จะเป็นตัวละครที่ไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรกับเอฟเฟกต์ที่น่าเบื่อของจักรพรรดิมังกร) และมิเชลล์ โหย่ว ถือเป็นการเสริมทัพที่น่ายินดี โหย่วโดดเด่นที่สุดในความคิดของผม ลุค ฟอร์ด รับบทอเล็กซ์ได้อย่างมั่นคง มาเรีย เบลโล มาแทนราเชล ไวส์ซ น่าเสียดาย นั่นไม่ใช่การปฏิเสธเบลโลเลยสักนิด ยิ่งไปกว่านั้น ผมไม่ชอบการคัดเลือกนักแสดงใหม่ และไวส์ซก็เหมาะกับบทนี้มาก ดังนั้นการแทนที่ใครก็ตามย่อมทำได้ไม่ดี เบลโลเป็นนักแสดงที่ผมชื่นชอบ และตัวเธอเองก็ทำได้ดีตลอดทั้งเรื่อง ผมอาจจะให้คะแนนเรื่องนี้ต่ำลงได้ง่ายๆ เลยก็ได้ ด้วยเหตุผลบางอย่าง คะแนนที่ผมเลือกดูเหมาะสมกว่า มันสร้างทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดี ส่วนสิ่งแรกนั้นเหนือกว่าสิ่งหลังอย่างหวุดหวิด