นี่เป็นหนังที่หลุดจากสายตาผมไปบ้าง จนกระทั่งผมเห็นมันพูดถึงในฟีดข่าวของผมในฐานะของแจกฟรีบลูเรย์เมื่อสองสามวันก่อน ด้วยความที่มันมีทั้งสตอลโลนและชวาร์เซเน็กเกอร์อยู่ในหนังด้วย มันจึงเป็นหนังที่ต้องซื้อจริงๆ ธีมของหนังเรื่อง Escape from Prison ไม่ใช่ไอเดียใหม่อะไรนักหรอก แต่น่าจะเป็นธีมที่ค่อนข้างคลาสสิก หนังสือและหนังดีๆ หลายเรื่องก็ใช้ธีมนี้เป็นหลัก อย่างน้อยก็ยังมีธีมนี้เป็นองค์ประกอบหลักของเรื่อง ผมคงต้องบอกว่าการสร้างหนังใหม่ที่มีธีมนี้ในยุคนี้โดยที่ไม่รู้สึกจืดชืดนั้นค่อนข้างยาก เมื่อคืนดูหนัง ผมดีใจที่หนังเรื่องนี้ทำได้ดีทีเดียวที่ไม่รู้สึกจืดชืด และยังทำได้ดีมากในการจับคู่สตอลโลนและชวาร์เซเน็กเกอร์เข้าด้วยกันโดยไม่ทำให้หนังดูแย่ลงจนกลายเป็นหนังล้อเลียนแอ็คชั่น พล็อตเรื่องหลักในแง่หนึ่งก็คือ พระเอกคลาสสิกถูกใส่ร้าย ถูกขังคุก และต้องหลบหนี อีกแง่หนึ่ง มันค่อนข้างแปลกตรงที่พระเอกของเราไม่ใช่แค่นักหลบหนี หรือจะเรียกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการหลบหนีก็ได้ แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายด้วย ทั้งสตอลโลนและชวาร์เซเน็กเกอร์ต่างก็แสดงบทบาทของตัวเองออกมาได้ดี เราทุกคนรู้ดีว่านักแสดงสองคนนี้ไม่ได้มีความเป็นเชกสเปียร์แบบเป๊ะๆ และไม่ได้แข่งขันชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงใดๆ เลย แต่พวกเขาก็แสดงได้อย่างยอดเยี่ยมในบทบาทฮีโร่ชายที่แฝงความเป็นชายไว้ ตัวร้ายในคุกก็ไม่ได้แย่เกินไปในแง่ของการแสดงเช่นกัน คนหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าไม่ค่อยดีนักคือคนที่วางแผนให้เบรสลินมา ผมคิดว่าพวกเขาน่าจะจัดการไอ้สารเลวนั่นให้จบๆ ไปมากกว่านี้ได้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้สิ่งที่เขาสมควรได้รับ แต่ผมพลาดช่วง ฉันกลับมาแล้ว ตอนที่เบรสลินปะทะกับเขา โดยรวมแล้วเป็นหนังที่สนุกทีเดียว แม้ว่าธีมของ Prison Break จะไม่ใช่หนึ่งในหนังที่ผมชอบที่สุดก็ตาม อ้อ แล้วตามปกติแล้วคะแนน อย่างเป็นทางการ ของ Rotten Tomatoes ก็ไร้สาระสิ้นดี เนื่องจากกลไกการให้คะแนนที่โง่เขลาของพวกเขา พวกเขาจึงทำเครื่องหมายว่าเน่า ซึ่งมันไม่ใช่แน่นอน