สารคดีเชิงสังเกตการณ์เรื่องนี้จึงสมบูรณ์แบบที่สุด มีสองประเด็นหลัก ประเด็นแรกเน้นไปที่การสำรวจถ้ำ (จากปี 1961) ที่สร้างขึ้นใหม่ เพื่อสำรวจถ้ำที่ทอดยาวใต้ที่ราบสูงคาลาเบรีย ส่วนประเด็นที่สองนำเสนอเรื่องราวของชายชราผู้เลี้ยงแกะ (อันโตนิโอ ลันซา) ผู้ที่สื่อสารได้เพียงเสียงที่คล้ายกับเสียงที่เปล่งออกมาจากฝูงวัวของเขา ตอนแรกอาจจะไม่ชัดเจนนัก แต่เรื่องราวทั้งสองค่อยๆ เชื่อมโยงกันอย่างแนบเนียนและลึกซึ้ง ถ้ำแห่งนี้มีความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ทางเข้ามีความเก่าแก่ราวกับเป็นสุสานของพิธีกรรมโบราณแบบนอกรีต สิ่งที่น่าสังเกตตั้งแต่แรกเริ่มคือลักษณะการทำงานที่เน้นเทคโนโลยีเป็นหลัก พวกเขาพยายามวัดความลึกของถ้ำโดยใช้ถ่านที่กำลังลุกไหม้เป็นแสงสว่างนำทาง แผนที่ทั้งหมดของพวกเขาวาดด้วยมือ (และหมึก) มองไม่เห็นไอแพดหรือแล็ปท็อปเลย ขณะที่พวกเขานอนสามคนในเต็นท์ที่ชาวบ้านที่กินหญ้าอยู่เป็นประจำแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน ระหว่างนั้น ชายชราผู้นั้นก็เฝ้าดูอย่างไม่สะทกสะท้าน จนกระทั่งเขาเปลี่ยนเรื่องเล็กน้อยและถูกเพื่อนร่วมงานเรียกตัว ก่อนที่แพทย์จะเข้ามาตรวจ ซึ่งสรุปได้อย่างชัดเจนว่าอีกไม่นานเขาจะต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น เสียงบรรยายน่าสนใจ การที่เสียงไม่ดังทำให้เราได้ยินเสียงน้ำ เสียงลม เสียงสัตว์ ซึ่งได้ผลดีทีเดียว ภาพถ่ายก็สวยงามน่าประทับใจเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหลุมที่หินก่อตัวเป็นเงาและพื้นผิวต่างๆ มากมาย เมื่อเทียบกับแสงน้อยนิดที่โคมไฟหมวกของนักสำรวจให้ออกมาได้ มันน่าขนลุกและอึดอัด ฉันรู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ที่มนุษย์ควรอยู่ การผลิตทั้งหมดนี้มีความเรียบง่าย แม้บางครั้งอาจจะดูเชื่องช้าไปบ้าง แต่ก็ให้มุมมองทั้งธรรมชาติ (ธรรมชาติและมนุษย์) ที่แทบจะไม่ได้พัฒนาเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา และฉันก็รู้สึกสนใจที่จะดูมันอย่างประหลาด